ShionNyaN View my profile

LinK_Reader : Prologue

posted on 18 Apr 2014 19:50 by shionnyan in Fiction directory Fiction, Entertainment, Lifestyle

ลงไว้อีกที่หนึ่งคือที่นี่นะคะ >> http://kissanapping.wordpress.com/

นอกจากที่นี่กับใน kissanapping.wordpress.com ถือว่าโดนก๊อปไปค่ะ

=================================================

‘ ผมน่ะ…ไม่เป็นไรหรอก มันไม่…..ไป…..ไม่ใช่เหรอ? ’
‘ แต่ว่า ถ้านายทำแบบนั้น… ’
‘ มะ….ไม่มี….อื่นและ…..เพราะงั้น ให้….เถอะนะ’
‘ เจ้าหนู…นายทำไม่ได้หรอก มันเป็นไปไม่ได้ที่นายจะใช้วิธีนี้นะ ’
‘ นี่…นาย….ใช่มั้ย… ที่ว่า…………………………….น่ะ เพราะงั้นแหละ…..’

————————————

คำพูดพวกนั้น มันวิ่งอยู่ในหัวอยู่ตลอดเวลา
ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่ามันคืออะไร

ถึงจะมีบางประโยคที่ขาดช่วง แต่ยังจำได้แน่นอนว่าเสียงของคนที่พูดประโยคนั้นเป็นเสียงของตัวเอง…
.
.
.
ถึงจะเป็นแบบนั้น…
ถึงแม้จำได้เลยว่าไปพูดคุยประโยคพวกนี้กับใคร แต่ทำไม….
กลับรู้สึกเหมือนเคยพูดประโยคพวกนั้นด้วยตัวเองมาแล้ว

เมื่อไหร่กันนะ? ตอนไหนกัน?
ถึงจะนั่งอ่านหนังสือนิยายแนวสืบสวนเรื่องที่ชอบเหมือนอย่างทุกวัน….
…แต่ในหัว กลับมีแต่คำพูดที่เลือนรางพวกนั้นวิ่งผ่านไปมาอยู่ตลอด

…ไม่มีสมาธิเลย

.
.
.
.
.

ก๊อกๆ… ก๊อกๆ… ก๊อก ก๊อก ก๊อกๆ…เสียงเคาะประตูแบบนั้น มีแค่เขาและคนคนหนึ่งเท่านั้นที่รู้

“ขอโทษที่ขัดจังหวะนะ…แต่พี่ขอเข้าไปข้างในหน่อยได้รึเปล่า?”
“อือ…”

คนคนหนึ่งที่ว่า…ก็พี่ชายนั่นแหละ
เขาเปิดประตูเข้ามาในห้องอ่านหนังสือ ทันทีที่เห็นหน้า คนเป็นน้องชายก็ปิดหนังสือ และหันหน้ามามองคนอายุมากกว่าทันที

พี่ชายของเขาอายุมากกว่า 4 ปี ทุกครั้งที่พี่ชายของเขาเข้ามาคุย ก็มักจะมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอยู่ตลอด… วันนี้ก็ด้วย

“พี่มารบกวนนายรึเปล่า? คงไม่ได้มารบกวนหรอกเนอะ” พี่ชายยิ้มให้พร้อมเอาเค้กแครอท ขนมที่เขาชอบทำให้กินบ่อยที่สุด และน้ำแอปเปิ้ลมาวางไว้บนโต๊ะอ่านหนังสือ เพื่อเป็นของว่างยามบ่าย ก่อนจะดึงเก้าอี้ตัวอื่นที่อยู่ในห้องมานั่งข้างๆน้องชาย “จะอ่านหนังสือทั้งวันก็ได้อยู่หรอก แต่ถ้าจะให้ดี ออกไปเล่นข้างนอกกับเพื่อนแถวๆนี้บ้างก็ดีนะ แล้วก็…”

“พี่มีธุระอะไรกับผมใช่ไหม?” น้องชายที่กำลังใช้ส้อมอันเล็กๆแบ่งชิ้นเค้กออกมาเป็นขนาดพอดีคำพูดออกมา โดยที่สายตายังคงมองไปที่เค้กอยู่ “คนที่ชอบเกริ่นอะไรยาวๆ เพื่อให้คนฟังคล้อยตามไปด้วยในตอนแรก มักชอบมีเรื่องสำคัญกว่ามาหักมุมทีหลังเสมอ… เพราะฉะนั้น บอกธุระของพี่มาเถอะ พี่เลียม”

“…แฮะๆ นั่นสินะ” เลียมหัวเราะเบาๆพร้อมกับเอามือเกาหัวแก้เขิน“ว่าก็ว่า ถ้านายเลิกทำตัวเหมือนคนแก่ก็ดีนะ เป็นแค่เด็กอายุ6ขวบแท้ๆนะ”
“…..” น้องชายมองพี่ด้วยสายตาเรียบเฉย เพื่อบอกเป็นนัยๆว่ามีเรื่องอะไรก็ให้รีบพูดออกมา
“โอเคๆ ก็ได้ๆ” แล้วเลียมก็หยิบตุ๊กตาตัวหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเป้ของเขา แล้วส่งให้น้องชายถือเอาไว้

เป็นตุ๊กตายัดนุ่นผู้ชายสวมชุดสูท ผมสีน้ำตาลดำ ตาสีฟ้า มีหูและหางสุนัขสีเดียวกับผมติดมาด้วย “วันนี้พี่กะว่าจะไปทำธุระข้างนอก เพราะงั้น ฝากดูแลตุ๊กตาตัวนี้ให้หน่อยได้รึเปล่า?”

“มันเป็นของพี่ไม่ใช่เหรอ? พี่ควรจะดูแลมันเองนะ” น้องชายอุ้มตุ๊กตาตัวนั้น แล้วชูขึ้นเหนือหัวเหมือนเด็กอยากรู้อยากเห็น

“ไม่ใช่ของพี่นะ…ของนายต่างหาก” คนเป็นพี่ชายยิ้มให้ และลูบหัว “อย่าลืมสิ ว่าวันนี้เป็นวันอะไร?”

น้องชายทำหน้าสงสัย เลียมจึงชี้ไปที่หน้าต่าง…

บรรยากาศข้างนอกบ้าน มีเกล็ดหิมะสีขาวโปรยลงมา ตัดกับต้นไม้ที่ถูกตกแต่งด้วยลูกบอลสีสวยและเครื่องประดับหลากสี ผู้คนที่อยู่ข้างนอก ต่างพากันจัดงานเลี้ยงและเตรียมของขวัญเอาไว้มากมาย บางคนก็ติดหนวดปลอมสีขาว แล้วใส่ชุดกับหมวกสีแดงที่มองกี่ทีก็จำได้ว่าเขาแต่งตัวเป็นคุณลุงใจดีที่ชอบมาแจกของขวัญให้เด็กดีตอนดึกๆ

ใช่…
วันนี้คือวันคริสต์มาส

“เมอร์รี่ คริสต์มาสนะ บิส… ขอให้มีความสุขมากๆนะ” เลียมยิ้มอย่างร่าเริง แต่น้องชายกลับมองพี่ชายด้วยสายตาแบบเดิม
“พี่…ของขวัญน่ะ เขาไม่ให้ตอนกลางวันไม่ใช่รึไง?” ทันทีที่พูดออกไป เลียมก็ยิ้มเจื่อนๆออกมาทันที แต่ก็กลับมายิ้มอ่อนโยนให้เมื่อเห็นปฏิกิริยาของคนที่ได้ของขวัญ “แต่ช่างเถอะ…เมอร์รี่ คริสต์มาสนะครับพี่”

ถึงแม้น้ำเสียงจะเรียบเฉย แต่เขาก็รับตุ๊กตามาแล้วกอดเอาไว้กับตัว แล้วก็ลูบหูสุนัขของตุ๊กตาตัวนี้ไปมา…

“บิส…” สายตาของพี่ชายยังคงมองไปที่บิสที่กอดตุ๊กตาที่เขาให้ไว้และยิ้มให้เขา “งั้น…สัญญานะ ว่าจะดูแลตุ๊กตาตัวนี้”
บิสพยักหน้า
“งั้น พี่ขอตัวไปก่อนล่ะนะ” เลียมที่ทำท่าจะหยิบกระเป๋าเป้ขึ้นสะพายหลังและลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก็ถูกน้องชายพูดขัดขึ้นมา
“พี่จะไปทำธุระที่ไหนเหรอ?” บิสมองตุ๊กตาที่ได้รับมา แล้วถามคำถามอีกข้อออกไป “แล้ว…พี่จะกลับมาฉลองคริสต์มาสที่บ้านมั้ย?”
“ขอโทษนะ พี่คงจะไปค้างที่บ้านเพื่อนน่ะ ดูเหมือนพี่ต้องช่วยเพื่อนทำงานของกิจกรรมที่โรงเรียนจัดขึ้นให้เสร็จด้วย” เลียมขยี้หัวน้องชายเบาๆ “แต่คุณแม่กับคุณวิเวียนก็อยู่ฉลองที่นี่นะ นายก็อยู่ฉลองกับพวกท่านไปก่อนก็แล้วกัน”
“…อืม” บิสทำหน้าจ๋อย “พี่…”
“…อะไรเหรอ?” เลียมขานรับและยิ้มให้อย่างเคย

บิสมองตุ๊กตาที่กอดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดออกไปพร้อมกับยิ้มให้…
“…ไม่มีอะไรหรอก พี่ไปเถอะ เดี๋ยวผมจะอ่านหนังสือต่อ”
“อืม งั้นพี่ไม่รบกวนแล้วนะ ไปก่อนล่ะ เดี๋ยวพี่กลับมา” เลียมโบกมือ ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง เขาปิดประตูห้องเบาๆ ทุกอย่างเงียบลงทันทีที่เขาเดินออกไปจากห้องอ่านหนังสือ

บิสมองไปที่ต้นคริสต์มาสที่ตั้งอยู่ที่สวนของบ้านข้างๆ และหันมาคุยกับตุ๊กตาที่ได้เป็นของขวัญ…

“นายว่า พี่จะกลับมาฉลองกับผมใช่มั้ย?” เป็นเรื่องปกติ ที่เขาจะไม่ได้คำตอบจากตุ๊กตายัดนุ่นธรรมดาๆตัวหนึ่ง “ผมไม่เข้าใจ พี่ก็ยิ้มให้เหมือนปกติแท้ๆ…แต่ทำไมผมกลับรู้สึกว่าพี่ไม่ควรออกไปทำธุระข้างนอกก็ไม่รู้”

หิมะโปรยปรายอย่างเงียบงัน ผู้คนที่อยู่ข้างนอก ไม่มีใครได้ยินคำพูดของหนุ่มน้อยที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ในห้องสี่เหลี่ยมที่เต็มไปด้วยหนังสือมากมายแบบนี้

เขาจึงไม่ได้รับคำตอบจากใคร…

ไม่มีใครให้คำตอบในสิ่งที่เขากำลังสงสัยอยู่…

ยกเว้น…เวลาและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากวันนั้น
เพราะหลังจากวันเป็นต้นไป
.
.
.
.
.
.
.
.
เลียม เอนท์วิเรน …ลูกชายคนโตของบ้านเอนท์วิเรน…. ก็หายตัวไป

วันแล้ววันเล่า… ทั้งการตามหาของตำรวจ และการประกาศข่าวตามสื่อต่างๆ
กลับไม่ได้ช่วยให้เกิดความคืบหน้าเลย

“คุณหญิง ผมจะพยายามตามหาลูกชายคนโตของคุณหญิงให้เจอนะครับ” ตำรวจในชุดเครื่องแบบพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ตอนนี้ทางการออกประกาศตามหาเรียบร้อยได้ ถ้ามีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะมาแจ้งให้ทราบนะครับ”
“ค่ะ…ขอบคุณมากเลยนะคะ” แล้วคุณหญิงประจำบ้านก็สั่นกระดิ่งเรียกให้แม่บ้านเพียงคนเดียวของบ้านหลังนี้มาหา “คุณป้าวิเวียนคะ ช่วยส่งแขกด้วยนะคะ”
“รับทราบเจ้าค่ะ คุณหญิง” คุณแม่บ้านพาตำรวจคนนั้นไปส่งที่ประตูทางออกของบ้าน

“คุณแม่ครับ…” บิสเดินเข้าไปหาแม่ของเขาด้วยสีหน้ากังวล
“บิส… ” แม่ของเขาหันมาทันทีที่ได้ยินเสียงเรียก เธอพยายามยิ้มเพื่อให้ลูกชายคนเล็กของเธอสบายใจ “ไม่เป็นไรหรอกจ๊ะ…แม่ไม่เป็นไรจ๊ะ ไม่ต้องเป็นห่วงแม่หรอกนะ”
“คุณแม่ควรไปพักก่อนนะครับ คุณแม่เหนื่อยกับการตามหาพี่มามากแล้ว” บิสที่ดูออกทันทีว่าแม่ของเขาฝืนยิ้มเข้าไปกอดแขนแม่ของเขา “อีกอย่าง คุณแม่ก็ร้องไห้หนักมาหลายวันแล้วนะครับ ผมไม่อยากให้คุณพ่อกับคุณวิเวียนเป็นห่วงคุณแม่อีก ผมเองก็ยังอยู่กับคุณแม่นะ”

“บิส….” คุณหญิงตัวสั่นเทาและนั่งคุกเข่าลงกับพื้น หยาดน้ำแห่งความเหนื่อยล้าทางใจไหลออกมาโดยไร้คำสั่ง เธอโผกอดลูกชายคนเล็กของเธอทั้งน้ำตา “ฮึก….ลูกแม่……”

บิสย่อตัวลงไปกอดแม่ตอบ เขาเอาหน้าซุกตัวแม่อยู่นาน
นานจนเธอหลับไปเพราะหมดแรงที่จะบีบน้ำตา

ขณะเดียวกัน…. บิสกลับรู้สึกสงสัย
เพราะตั้งแต่วันที่พี่ชายของเขาหายตัวไป…ก็ไม่ได้ยินเสียงบทสนทนาที่ไม่คุ้นเคยวิ่งอยู่ในหัวของเขาอีกเลย

จากนั้น หนุ่มน้อยจึงค่อยๆผละตัวออกมาเพราะกลัวแม่ของเขาจะตื่น และมองไปที่รูปถ่ายตอนที่ครอบครัวของเขาไปเที่ยวที่คฤหาสน์ประจำตระกูลเอนท์วิเรน

ในรูปนั้น มีรูปของเลียม…พี่ชายของเขาที่ยิ้มอย่างมีความสุขพร้อมกับคนอื่นๆในครอบครัว รวมทั้งบิสด้วย

“คุณแม่ครับ พี่ต้องกลับมาแน่นอน” บิสพูดออกมา “ไม่ว่าจะนานไหน ผมก็จะตามหาพี่ให้เจอ เพราะงั้น อย่าร้องไห้อีกเลยนะครับ” เด็กน้อยสัมผัสแก้มที่เปียกปอนของคุณแม่ แล้วหอมแก้มเบาๆ

‘เธอทำได้แน่…เจ้าหนู’

“หืม?…..” บิสหันไปทางต้นเสียง แต่ก็ไม่พบใครเลย
“….คงหูแว่วไปเองล่ะมั้ง” เมื่อมองแล้วมั่นใจว่าไม่มีใคร เขาจึงเดินออกไปเพื่อปล่อยให้คุณแม่ของเขาได้พักผ่อน

‘…ยังไม่ใช่ตอนนี้สินะ แต่รอก่อนเถอะ รอจนกว่าเกมจะเริ่มอีกครั้ง ถึงตอนนั้น… ฉันจะไปเจอนายอีกครั้งให้ได้…
เพราะฉะนั้น…ช่วยรอฉันหน่อยก็แล้วกัน…
บิสมาร์ค เอนท์วิเรน…’

{To be continued…}

 

Comment

Comment:

Tweet