ShionNyaN View my profile

LinK_Reader : Tale 1 = My play mate is doll.

posted on 18 Apr 2014 19:55 by shionnyan in Fiction directory Fiction, Entertainment, Lifestyle

ลงไว้อีกที่หนึ่งคือที่นี่นะคะ >> http://kissanapping.wordpress.com/

ถ้าไปเห็นที่อื่นนอกจากที่นี่กับใน kissanapping.wordpress.com ถือว่าโดนก๊อปไปค่ะ

=================================================

…3 ปีต่อมา

วันนี้…เป็นวันสอบปลายภาคเรียนที่ 2 ของโรงเรียนประจำเขต
และเป็นวันสอบวันสุดท้ายของนักเรียนชั้น ป.6  ซึ่งเป็นระดับชั้นแรกของโรงเรียนที่สอบเสร็จ
ทุกคนต่างถูกกดดันจากเนื้อหาที่อ่านมา และข้อสอบที่เขาจะได้พบเจอ

ทว่า…

….

……

……….มีเด็กอยู่คนหนึ่งที่ไม่ได้เป็นแบบนั้น

“ฮ้าว…..” หนุ่มน้อยผมสีบลอนด์ นัยน์ตาสีฟ้าใส ยืนดูกรรมการคุมสอบจัดวางข้อสอบตามโต๊ะ ก่อนจะอ้าปากหาวเพื่อแสดงความน่าเบื่อในการรอคอยออกมา

“ชิ…เห็นแล้วหมั่นไส้ว่ะ” เด็กผู้ชายร่างใหญ่มองไปหาเด็กคนนั้นด้วยสายตาไม่ชอบใจ “คิดว่าสอบพาสชั้นจนขึ้นมาเรียนป. 6 แทนที่จะเรียนป.4 เหมือนคนอื่นได้ ก็แสดงท่าทางหยิ่งแบบนั้นออกมาได้ล่ะสิท่า”
“นั่นสิ……….หืม?….ฮิๆ” เพื่อนของเด็กชายร่างใหญ่ที่ใบหน้าเต็มไปด้วยขี้กระขี้แมลงวันเหยียดยิ้มออกมาเพราะคิดเรื่องบางอย่างออก “นี่…นายว่า ถ้าพวกเราจะทำอะไรบางอย่างเพื่อเป็นการฉลองสอบปลายภาคเสร็จ คงน่าสนุกดีใช่ไหมล่ะ?”
“ฮึๆ…จริงด้วยแฮะ…” เด็กร่างอ้วนยักษ์กับเด็กร่างเล็กกว่าหัวเราะในลำคอ และมองไปที่เป้าหมาย

ก่อนถึงเวลาสอบ 15 นาที กรรมการคุมสอบจะเป็นคนเรียกนักเรียนให้เข้ามาในห้องสอบ
หลังจากนั้น…

เสียงกระดิ่งที่กรรมการคุมสอบถืออยู่จะดังขึ้น เพื่อบอกให้เริ่มทำข้อสอบ…

บางคนทำอย่างขะมักเขม้น บางคนเขียนแบบผิดๆถูกๆเพราะเนื้อหาที่อ่านมาไม่ได้ออกตามที่อ่านไว้ทั้งหมด บางคนก็พยายามใช้ความรู้ของนักเรียนโต๊ะข้างๆเพื่อเอาตัวรอด

เวลาผ่านไปเพียง 20 นาที ก็มีคนยกมือเรียกกรรมการคุมสอบ

กรรมการคุมสอบคนหนึ่งเดินมา เธอตรวจดูข้อสอบของเด็กคนนั้น
“คุณเอนท์วิเรน ทำเสร็จแล้วเหรอ?” กรรมการคุมสอบถามด้วยเสียงเข้ม
“ครับ…ทุกวิชาครับ” เด็กคนนั้นตอบด้วยท่าทางเรียบเฉย “ผมออกจากห้องสอบได้รึยังครับ คุณครู”
“ได้…แต่คุณห้ามออกนอกโรงเรียนจนกว่าสัญญาณหมดเวลาทำข้อสอบจะดังขึ้น” กรรมการหยิบข้อสอบขึ้นมา และเก็บเอาไว้ในซอบใส่ข้อสอบ “คงทราบดีใช่ไหมคะ ว่าระหว่างรอ คุณควรไปที่ไหน”
“ครับ…” บิสโค้งตัวให้ตามมารยาท ก่อนจะพูดเสียงเบา “ขอตัวไปห้องสมุดก่อนนะครับ” แล้วก็ลุกขึ้นจะที่นั่ง ก่อนจะเดินออกจากห้องสอบไปเงียบๆ

2ชั่วโมงต่อมา
เสียงระฆังประจำโรงเรียนก็ดังขึ้น…บ่งบอกถึงเวลาในการทำข้อสอบหมดลงแล้ว

นักเรียนคนอื่นๆต่างแยกย้ายออกจากห้องสอบด้วยสีหน้าที่หลากหลาย
บางคนก็วางแผนจะไปเที่ยวฉลองสอบเสร็จ บางคนก็ตั้งใจที่จะกลับบ้านทันที

ส่วนบางคนก็…

“ขอโทษนะคร้า~บ  คุณนักเรียนพิเศษ” เด็กชายร่างอ้วนดึงหนังสือออกมาจากมือของบิส
“ช่วยมากับพวกเราหน่อยได้รึเปล่าครับ”
“….เอาหนังสือคืนมา” บิสแบมือยื่นไปหาคนตัวอ้วน “ผมยังอ่านไม่จบ”
“ค่อยมาอ่านต่อหลังจากที่คุยกับพวกเราก็ได้ไม่ใช่เหรอคร้า~บ เนอะ…” เด็กชายหน้าตกกระหันไปหาแนวร่วมร่างใหญ่
“….ก็ได้ แต่ไปคุยที่สวนหย่อมหลังโรงเรียนก็แล้วกัน” บิสลุกขึ้น เขาดันเก้าอี้กลับเข้าที่เรียบร้อยและเดินนำออกไป โดยทิ้งให้สองคนที่เหลือหัวเราะคิกคักกับการตัดสินใจของเขา

และ…

มีคนคนหนึ่งที่ดูออกว่าเด็กชายสองคนนั้นจะทำอะไรบิสบ้าง

‘แย่ล่ะ ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างล่ะก็ เจ้าหนูอาจจะโดนแกล้งก็ได้…’ และเขาก็แอบเดินตามเด็กพวกนั้นไป

และแล้ว…

“เอาล่ะ…ถึงแล้ว” แล้วบิสก็หันมาหาสองคนนั้น “ว่าแต่…พวกนายมีธุระอะไรกับผมเหรอ?”
“ธุระเหรอ? เยอะแยะเลยแหละ…” แล้วเด็กหน้าตกกระก็เหยียดยิ้มออกมา “เฮ้ย! จับมัน!”
แล้วบิสก็โดนเด็กอ้วนตัวโตล๊อกแขนจากด้านหลังทันที

“….” คนโดนล็อกแขนถอนหายใจ และทำหน้าเบื่อหน่าย “อะไรกัน จะแกล้งผมเหรอ?”

“นี่แก…คิดว่าสอบพาสชั้นขึ้นมาเรียนพร้อมพวกเราแบบนี้แล้ว จะอยู่เหนือคนอื่นๆได้งั้นเหรอ!!” เด็กหน้าตกกระพูดตะคอกใส่คนน่าหมั่นไส้ที่โดนเพื่อนร่างใหญ่ล็อกแขนเอาไว้ “ทำตัวน่าหมั่นไส้ตั้งแต่วันแรกที่เจอกันเลยนะแก  พวกเรารอวันที่จะได้แกล้งแกจะแย่อยู่แล้ว  ดีนะที่แกฉลาดแค่เรื่องเรียน แต่ดันโง่เรื่องเอาตัวรอดแล้วเลือกมาคุยกันในที่ที่ปลอดคนแบบนี้ ฮ่าๆๆๆๆ”
“…..” บิสนิ่งเงียบไป ปล่อยให้สองคนนั้นหัวเราะจนพอใจ โดยระหว่างนั้น ก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งแอบตามดูอยู่ตลอด

‘โธ่เอ๊ย… สองรุมหนึ่งแบบนี้มันขี้โกงนี่ ดีล่ะ…ถ้าเป็นแบบนี้ล่ะก็’ แต่ก่อนที่ชายหนุ่มคนนั้นจะได้ทำอะไรต่อ บิสก็เอ่ยปากถามเด็กชายพวกนั้นออกมา

“งั้น…พวกรุ่นพี่จะว่าอะไรไหมครับ ถ้าคนโง่อย่างผม ขอทำอะไรบางอย่างก่อนโดนแกล้ง” บิสพูดออกมา “พวกรุ่นพี่ไม่ต้องกลัวนะครับ ผมวิ่งไม่เก่ง คงหนีไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว”
“เฮ้ย….มันเรียกพวกเราว่ารุ่นพี่ได้ด้วยแฮะ” แล้วพวกเขาก็หัวเราะชอบใจ “ก็ได้…เห็นว่าแกเรียกพวกเราว่ารุ่นพี่หรอกนะถึงได้ยอมน่ะ”
“ดีจังเลย…ขอบคุณมากนะครับ” บิสยิ้มบาง แล้วล้วงเข้าไปหยิบของบางอย่างออกมากระเป๋ากางเกงขึ้นมา

มันมีขนาดเล็ก รูปร่างผอมเพรียว สีเงินวาว มีรูปอักษรตัวเอ็มสามตัวสลักอยู่ ทันทีที่บิสเป่ามันเสร็จ เขาก็เก็บเข้ากระเป๋ากางเกง และ…
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

“โฮ่งๆๆๆๆๆ”
สัตว์สี่ขาร่างใหญ่โตสามตัว วิ่งกระโจนเข้ามาหาเด็กอ้วนร่างใหญ่กับเด็กหน้าตกกระทันที โดยที่ไม่ปล่อยให้สองคนนั้นหนีไปได้เลย

“เหวอ!!!!!! ช่วยด้วย!!!!!! อ๊ากกกกกกกกก อย่านะเฟ้ย!!!!!!!!!” เด็กสองคนนั้นร้องเสียงหลงออกมา ขณะที่สุนัขพวกนี้นั่งทับและรุมฉีกเสื้อผ้าของพวกเขา

“มาเรีย…มานี่” บิสก้มลงตบเข่าสองสามทีพลางเรียกชื่อสุนัขพันธุ์เฟรนช์มาสทิฟฟ์เพศเมียมาหา มันเดินมาหาแล้วนั่งลงตรงหน้าบิส
“ทำได้ดีมาก เธอน่ารักมากเลย…” แล้วบิสก็เข้าไปกอดมัน มาเรียก็กระดิกหางพลางเลียหน้าของเขา

“โอ๊ย!!!!!!! ขอร้องล่ะ!!!!!! ได้โปรด” เด็กหน้าตกกระร้องขอความช่วยเหลือ บิสจึงผละตัวออกมาจากมาเรีย

“รู้อะไรไหม… ผมอาจจะดูโง่ที่เรียกพวกนายมาที่นี่ ถ้าผมไม่ใช้เวลาที่เหลือหลังจากออกมาจากห้องสอบมาวางแผนรับมือเรื่องที่พวกนายจะมาแกล้งผมแบบเมื่อครู่นี้ พวกนายคิดว่าก่อนเข้าห้องสอบ  ผมจะไม่ได้ยินเหรอว่าพวกนายคุยว่าอะไรบ้าง?” บิสชี้ไปที่มาเรีย สุนัขพันธุ์ลีออนเบอร์เกอร์ และพันธุ์คอเคเซียน เชพเพิร์ดที่ตอนนี้นอนหมอบทับทั้งสองคนอยู่ตามลำดับพลางพูดออกมา

“มาเรีย  มาร์ช  และมอลลี่….คือสุนัขของผู้อำนวยการ เพราะที่บ้านของผมไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ ก็เลยมาเล่นกับพวกเขาทุกวัน จนผู้อำนวยการให้เจ้านี่กับผม” บิสชูนกหวีดสุนัขที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงออกมา

“ผู้อำนวยการบอกว่า เมื่อไรที่อยากเล่นกับพวกเขาให้เป่ามัน…ไหนๆพวกนายก็เห็นว่าการแกล้งผมเป็นเรื่องสนุก ก็เท่ากับว่าเรื่องที่ผมจะเอาคืนก็เป็นเรื่องสนุกอย่างหนึ่งเหมือนกัน ผมก็เลยไปเปิดกรงของพวกเขาออก และบอกให้พวกเขารอผมจนกว่าผมจะเป่านกหวีด” บิสตบเข่าและเรียกมาร์ชกับมอลลี่ ก่อนจะยิ้มหวานให้

“ไม่ต้องห่วงนะ ไม่มีใครมองเห็นพวกนายในสภาพนี้ที่โรงเรียนนี้หรอก จะว่าไป….หันไปมองที่โพรงไม้ตรงนั้นหน่อยสิ” บิสชี้ที่โพรงไม้นั้น เมื่อทั้งสองหันไปที่นั่น เลนส์ของกล้องวิดีโอขนาดเล็กก็ยื่นออกมาจนสองคนนั้นหน้าถอดสี

“แหม อย่าทำหน้าแปลกๆใส่กล้องแบบนั้นสิ เดี๋ยวคนดูที่เดินผ่านจอยักษ์ที่ติดอยู่ที่ตึกย่านการค้าจะตกใจเอานะ…” บิสที่ยืนห่างรัศมีการมองเห็นของเลนส์พูดออกมา “ไหนๆก็เป็นคนดังภายในชั่วข้ามคืนเพราะผมแล้ว ช่วยพูดอะไรหน่อยสิครับ ผมน่ะนะ…อุตส่าห์เปลี่ยนโหมดกล้องตรงบริเวณนี้ทุกตัวเป็นโหมดถ่ายทอดสดทั่วเมืองให้ระหว่างที่พูดรหัสลับที่ใช้เปลี่ยนเป็นโหมดนี้ออกมาเชียวนะ”

“ระ…รหัสลับ?” เด็กอ้วนทวนคำพูดทั้งที่เสื้อผ้าอยู่ในสภาพสะบัดสบอง
“ก็คำที่นักเรียนที่เข้ามาทีหลัง ใช้เรียกนักเรียนที่อยู่ชั้นปีสูงกว่าไง…” บิสขยับปากพูดว่า ‘รุ่นพี่’ แบบไร้เสียง “อ้อ…มีแค่เสียงของผมเท่านั้นนะครับที่ใช้พูดรหัสลับออกมาได้”

“อะ……อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก” ทั้งสองคนได้ยินแบบนั้นก็ร้องเสียงหลงแล้ววิ่งหนีไป

“โถ…ไปซะแล้วเหรอ?” บิสพูดออกมา กล้องที่อยู่ในบริเวณนี้ทุกตัวกลับมาทำงานตามโหมดสอดส่องภายในโรงเรียนตามปกติ “เอาเถอะ… ทุกคน…เหนื่อยหน่อยนะ กลับได้แล้วล่ะ ขอบใจมาก” แล้วสุนัขทั้งสามตัวก็วิ่งกลับไป

‘เฮ้อ….ดีจริงๆที่ปลอดภัย’ ชายหนุ่มถอนหายใจออกมา

“แล้วคุณล่ะ…. มายืนทำอะไรตรงนี้?” บิสมองเขา และเดินไปหาชายหนุ่มคนนั้น
เขาสวมเสื้อเชิ้ตผูกเนคไทและสวมเสื้อกั๊กทับไว้ ผมสีน้ำตาลดำ นัยน์ตาสีฟ้าเหมือนบิส

“เอ่อ…. หะ…. เห็นฉันด้วยเหรอ?” ชายหนุ่มคนนั้นชี้นิ้วมาที่ตัวเขาเอง พลางทำหน้า
“ใช่ ผมเห็นคุณเดินตามผมมาตลอดเลย ตั้งแต่ตอนที่ผมเดินออกจากห้องสมุดแล้ว…ผมถามตรงๆนะ คุณตามผมมาทำไมเหรอครับ?”

“คือ…..ก็…..ฉันเห็นเธอกำลังจะโดนเด็กพวกนั้นแกล้ง ก็เลย…ตามมา” ชายหนุ่มได้แต่พูดติดๆขัดๆ

เพราะการที่เขาเห็นเหตุการณ์เมื่อสักครู่ตั้งแต่ต้นจนจบ มันทำให้แม้แต่ตัวเขาเองยังรู้สึกว่า…อย่าไปหาเรื่องกับเด็กคนนี้จะดีที่สุด

“เหรอครับ?” บิสหรี่ตามอง
“ก็ใช่น่ะสิ นายเป็นน้องชายของเลียมนี่นา ฉันก็ต้อง…”

เมื่อได้ยินแบบนั้น สีหน้าของหนุ่มน้อยก็เปลี่ยนไป

…จากเรียบเฉย เป็นตกตะลึง…</